รายละเอียด:
ตำนานและวิธีการสร้างตะกรุดหนังเสือพญาสมิงของพ่อท่านเขียวถือเป็นตะกรุดที่ทำได้ยากมาก (ใช้เสือตายพรายจริงๆไม่ใช่เสือถูกฆ่าตาย)ทำไมคนถึงได้หากันมากในตอนนี้ ตะกรุดนี้คนที่คิดทำคืออาจารย์แขก รือเสาะ เพราะไปเรียนวิชากับอาจารย์เขียวและเห็นอยู่ในตำราเก่าจึงยากทำไว้ใช้และยากทดสอบดูว่าวิชานี้จะใช้ได้จริงหรือปล่าวจึงออกหาซื้อหนังเสือมาได้สองตัวแล้วนำไปให้พ่อท่านเขียวท่านทำท่านว่าเสือแบบนี้ใช้ไม่ได้เพราะ(ต้องใช้เสือตายพราย ตายเองโดยธรรมชาติเท่านั้น
ถ้าตามตำราต้องไปพลีเสือมาจาก ในป่าตามตำราให้ตั้งเครื่องบวงสรวงปู่เจ้าสมิงไพรคือตั้งศาลเพียงตาแล้วจะมีโองการอัญเชิญปู่เจ้าสมิงไพรมาในพิธีและทำการขอเสือที่หมดอายุไขและเป็นจ่าฝูงที่มีอำนาจถ้าเราทำได้ตามตำราให้เดินไปทางหลังศาลเพียงตาทางทิศเหนือแล้วจะไปเจอเสือนอนตายในท่า ( เบญจประดิษฐ์) ที่แรกก็ไม่เข้าใจจึงถามว่าท่านอนที่ว่านี้เป็นอย่างไรพ่อท่านเขียวจึงชี้ไปที่หมา แล้วว่านอนแบบนั้นและคือนอนเหมือนหมาหมอบแล้วถามว่าแล้วหนังเสือที่ซื้อมานี้ละท่านว่าก็เก็บไว้ดูเล่นสิแล้วท่านก็หัวเราะผมยืนยันหนังเสือที่มีคนว่าซื้อมาแล้วเอามาทำนั้นไม่เป็นความจริงเพราะผมอยู่ในพิธีตลอด
และเสือตัวนั้นลูกศิษย์อาจารย์ทองคือคุณ เจษฎา โตขลิบ (น้อย ปะนาเระ)ได้นำไปทำตะกรุดหนังเสือให้อาจารย์ทองเสกส่วนอีกหนึ่งตัวก็เอาไว้ดูเล่นอย่างที่พ่อท่านเขียวบอกนั้นและ สรุปเสือที่ซื้อมามีสองตัวตัวหนึ่งให้ ลูกศิษย์อาจารย์ทองไป และอีกตัวอยู่ที่อาจารย์แขก รือเสาะ เอาไว้ดูเล่นตามที่พ่อท่านเขียวบอกจริงๆ ส่วนเสือที่นำมาทำตะกรุดนั้นเป็นเสือที่พลีตามตำราและมีผู้แอบอ้างว่าเป็นผู้ทำนั้นผมจะเล่าความเป็นมาให้ฟังพอได้เสือมาก็เอาแต่หนังเนื้อให้ฝังไว้ในป่าห้ามเอากลับมาเพราะเราขอหนังไม่ได้ขอทั้งตัวและเสือตัวที่ได้มาเป็นเสือที่ชาวบ้านเรียกว่าเสือลายเมฆพ่อท่านว่าดีทุกทางเขาให้เสือนี้ก็ทำเสือนี้และคุณฟังมาดูเหมือนว่าพ่อท่านเขียว ให้ทำง่ายๆแต่ที่จริงแล้วท่านไม่ยากทำให้เพราะวิชานี้ถ้าคนใช้เป็นตามตำราจะนำมาสร้างคุณก็มีประโยชน์อนันแต่ถ้านำไปใช้ในทางที่ไม่ดีก็มีโทษ มะหันเหมือนกัน อาจารย์ แขก รือเสาะ ขออยู่นานกว่าจะอนุญาตให้ทำพ่อท่านเขียว เขียนหนังเสือพร้อมเสกอยู่ถึง1ปี และแผ่นตะกรุดที่นำมาหุ้มหนังเสือนั้น อาจารย์แขก รือเสาะ ได้ขอให้ อาจารย์ธรรมนูญ จังหวัดชลบุรีซึ่งเป็นอาจารย์ของอาจารย์แขก รือเสาะ ที่อาจารย์แขกนับถือมากเหมือนพ่อบุญธรรม เป็นผู้ลงยันต์โสรฬมงคลเต็มสูตรให้ ก็คือ หนังเสืออาจารย์เขียวลงยันต์ ตะกรุดหุ้ม อาจารย์ธรรมนูญลงยันต์หลายคนถามว่าทำไม่ให้ท่านนึกไปถึงเจตนาสร้างครั้งแรกก่อนว่า อาจารย์แขก รือเสาะ ทำเพื่อใช้เองและถ้าไม่เชื่อถือแล้วจะให้ลงยันต์ในตะกรุดหรือปล่าว และถ้าท่านรู้จักอาจารย์แขก รือเสาะ จะรู้ว่าของที่ท่านทำออกมาต้องไม่มีข้อติได้ถึงทำและยิ่งจะเอาไว้ใช้เองด้วยถ้าไม่ดีแล้วจะทำทำไม ส่วนการถักลงรักปิดทองนั้นอาจารย์แขก รือเสาะ ได้มอบหมายให้ คุณ เอก ดนตรีสยาม เป็นผู้นำไปถักและลงรักปิดทองแล้วจึงนำกลับมาให้พ่อท่านเขียวปลุกเสกอีกครั้งในวันไหว้ครู ส่วนด้ายที่ท่านเห็นที่อยู่กลับตะกรุดนั้นได้มอบหมายให้คุณ หนุ่ม สุพรรณบุรี เป็นผู้ทำการ ถัก เอาเคล็ดที่ว่า ชื่อ หนุ่ม และ พรหมจรรย์ เป็นผู้ถัก ถ้าท่านสักเกตุดูจะเห็นว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามตำราคือไม่นอกครู จำนวนที่สร้างได้ 76 ดอก
สมัยนั้นวัดออกให้เช่าที่ดอกละ5,000 บาทและให้วัดทั้งหมด30 ดอกและที่เหลือได้แจกจ่ายกันไปในหมู่ลูกศิษย์อาจารย์เขียว และผู้ที่เชื่อถือในตัวอาจารย์แขก รือเสาะ ตะกรุดที่ออกให้เช่าในวัดหมดไปในเวลาไม่ถึง7วันเพราะมีการทดสอบและมีประสบการกับตำรวจพลร่ม ค่ายนเรศวรมหาราช จึงทำให้ตะกรุดนี้หมดจากวัดทั้งที่ราคาเช่าค่อนข้างแพงแต่ถ้าบวกลบคูณหารกับค่าพิธีกรรมแล้วจะรู้ว่าแทบไม่ได้อะไรเลย ทำเพราะความยากได้ของที่เชื่อถือได้ไว้ใช้จริงๆปัจจุบันตะกรุดหนังเสือรุ่นนี้เป็นที่หากันมากในหมู่ลูกศิษย์ทั้งอาจารย์เขียว วัดห้วยเงาะและอาจารย์แขก รือเสาะ ราคานั้นถ้าท่านเช่าได้ต่ำกว่า20,000 บาทถือว่าถูกมากเพราะจากที่ได้ยินมานั้นตะกรุดนี้บางดอกที่สมบูรณ์มีการเช่าหาราสุดถึง หนึ่งแสนบาท แล้ว แต่ด้วยที่สร้างน้อยและตะกรุดนี้ได้อยู่กลับผู้ใช้เป็นส่วนมากและมีประสบการณ์ทุกคนจึงหมดสิทธิที่เขาเหล่านั้นจะแบ่งให้เช่าบูชาและที่สำคัญส่วนตัวพ่อท่านเขียว ไม่ยากให้ทำเพราะมีทั้งคุณและโทษขึ้นอยู่กลับผู้ใช้และหาผู้ที่หาเสือแบบนี้ได้มีแต่อาจารย์แขก รือเสาะ เท่านั้น ที่นี้คงหายคล่องใจกับตะกรุดหนังเสือพญาสมิงแล้ว ผมมหาเวทย์คุรุ ยืนยันว่าเป็นไปตามนี้จริง
เครดิตท่านTanit Asawapayukkul